:: เชียร์ไทย พาวเวอร์ ::
กันยายน 05, 2010, 09:16:32 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: -->
www.cheerthai.com | เชิญชม เสื้อเชียร์ไทยแบบใหม่ล่าสุด | กลุ่ม Cheerthai Power ใน Facebook | ประกาศ เรื่องการลงทะเบียนสมาชิกใหม่ |
ลายเซ็นสวยๆ หลากสไตล์

 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทความ: การสร้างมูลค่าในเกมฟุตบอล  (อ่าน 372 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
THE POWER
...
Administrator
เชียร์ไทย อยู่ในวิญญาน
*******

ความศรัทธา 223
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 24054
ID: 1


เชียร์ไทยลีก อย่าตีกัน


เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มิถุนายน 12, 2010, 12:07:13 am »

บทความ: การสร้างมูลค่าในเกมฟุตบอล
โดย พินิจ งามพริ้ง www.cheerthai.com

เทศกาลฟุตบอลโลกเริ่มขึ้นแล้ว

ผมจะพาท่านมาลองทบทวนความสำเร็จของ ฟุตบอลโลก หรือ ลีกดังต่างๆ ทั่วโลกกันดู ว่าหัวใจสำคัญของการบริหารฟุตบอลให้เกิดเม็ดเงินเข้ามานั้น มันอยู่ตรงไหนกันแน่

คนในวงการกีฬาบ้านเราจำนวนไม่น้อย มักให้ความสำคัญกับ “การสร้างทีม” มากกว่า “การสร้างสโมสร” เขาคิดว่า ควรเน้นที่การทำทีมให้แข็งแรงประสบชัยชนะเพียงอย่างเดียว จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นสโมสรต่างๆ ให้ความสำคัญกับเกมในสนามสี่เหลี่ยมเป็นหลัก

ผมไม่มีเจตนาจะว่ากระทบตัวบุคคลใด แต่บางครั้งเราจะเห็นคนระดับประธานสโมสรหรือคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ลงไป “ล้วงลูก” บัญชาเกมด้วยตัวเองที่ม้านั่งสำรอง ราวกับเป็นสุดยอดโคช เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หรือ โฮเซ่ มูริญโญ ปานใดก็ปานนั้น ทั้งๆ ควรจะมีบทบาทในการบริหารโดยรวม ทั้งในแง่ รายได้ผ่านประตู การดูแลความปลอดภัย การรับรองสปอนเซอร์ เสียมากกว่า

อันที่จริงตามกฏการแข่งขันระดับสากลแล้ว เขามีการจำกัดสิทธิ์ในการลงไปที่ม้านั่งสำรองหรือห้องพักนักกีฬา กล่าวคือ ระดับสูงสุดคือ ผู้จัดการทีม เท่านั้นที่สามารถลงไปบริเวณนี้ได้ นอกนั้นก็เป็นนักกีฬา โค้ช และเจ้าหน้าที่ทีมเท่านั้น เพื่อป้องกันการใช้บารมีหรืออำนาจอื่นๆ ในการกดดันผู้ตัดสิน และแม้กระทั่งกดดันโค้ชของตัวเอง

ความจำเป็นของคนระดับบริหารนั้น จะต้องดูองค์ประกอบรวมที่จะทำให้เกิด "การสร้าง" หรือ "การพัฒนาสโมสร" ทั้งนี้ การพัฒนาจะเกิดขึ้นได้ จะต้องอาศัยการสร้างให้เกิด "มูลค่าของเกม" หรือ Value of the Game

คำว่า Value of the Game คือหัวใจในการสร้างให้เกิด “ความนิยมที่ยั่งยืน” ได้ แต่ Value of the Game นั้นไม่ได้หมายความเฉพาะคุณภาพเชิงกีฬาของทีมที่เข้าแข่งขันเท่านั้น แต่ต้องมีองค์ประกอบอื่นด้วย พูดง่ายๆ คือ “สามารถเติมเต็มความสุขของผู้ชมได้”

Facility: จะทำให้เกมมีคุณค่า สนามหญ้าต้องเรียบและเขียว ที่นั่งต้องนั่งสบาย ห้องน้ำห้องท่าต้องเป็นที่น่ารื่นรมย์ สนามกีฬาเป็นที่รวมของคนจำนวนมาก การจัดระบบทางเข้า-ออก ย่อมมีความสำคัญ ทั้งในเหตุการณ์ปกติและกรณีฉุกเฉิน เรื่องของคุณภาพของอาหารที่ขายในสนาม นอกจากนี้ การจัดเวลาแข่งขันให้เหมาะกับสภาพอากาศท้องถิ่น ก็จะเพิ่มความนิยมของประชาชนขึ้นได้

Exclusivity: ต้องสร้างความรู้สึกเสมือนหนึ่งว่า สนามฟุตบอลเป็นที่พิเศษสำหรับคนพิเศษ ผู้บริหารต้องพยายามเชิญแขกวีไอพี หรือคนมีชื่อเสียงมาชมเกมที่สนามบ่อยๆ แล้วจัดแจงให้กล้องทีวีได้ถ่ายออกอากาศ หรือประกาศให้ผู้ชมได้ทราบ ในขณะเดียวกันต้องทำให้พื้นที่ในสนามหญ้า เป็นที่พิเศษสำหรับนักฟุตบอลที่จะแข่งเท่านั้น ไม่ควรให้คนลงไปในพื้นสนามมากเกินความจำเป็น

Process: เข้มงวดกับขั้นตอนก่อนลงสนาม (March-in Process) ฟุตบอลก็เหมือนกับโชว์เพื่อความบันเทิงทั่วไป การปลุกเร้าอารมณ์ความตื่นเต้นก่อนแข่งด้วยเพลงที่เร้าใจ พิธีการที่กระชับ และเน้นให้เห็นความสำคัญของทีมที่แข่งขันมากกว่าสิ่งใดทั้งมวล จะทำให้เกมมีความศักดิ์สิทธิ์และน่าเชื่อถือ อย่าปล่อยให้สนามฟุตบอลเป็นที่ให้นักการเมืองลงไปเดินเล่นเพื่อหาเสียงเป็นอันขาด

Atmosphere: จากการสำรวจของ cheerthai power พบว่า นอกเหนือจากเกมฟุตบอลแล้ว สีสันของกองเชียร์ในสนามคือเหตุผลหลักถึง 41.2% ที่ทำให้คนเลือกที่จะติดตามเข้าไปชมในสนาม ซึ่งเมื่อคนเต็มสนามและมีเสียงเชียร์ การถ่ายทอดทางโทรทัศน์ก็จะน่าสนใจและตื่นเต้นมากขึ้น

Seriousness: การแข่งขันจริงๆ ต้องเข้มข้นและเอาจริงเอาจัง ภาพของนักกีฬาต้องมี “บุคลิกภาพ” เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เป็นมืออาชีพ มีแท๊กติกในการเล่นได้ แต่ต้องไม่ใส่ใจกับการทะเลาะเบาะแว้งกับคู่แข่งจนเกินงาม

Exposure: เมื่อองค์ประกอบทุกอย่างพร้อม ต้องถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลกให้มากที่สุด และต้องเป็นการถ่ายทอดที่มีคุณภาพ ทั้งจำนวนกล้อง มุมกล้อง อารมณ์ของภาพ เสียงเชียร์ และคุณภาพของผู้บรรยายที่เป็นกลาง จำได้ไหมครับว่า การที่ J League ประสบความสำเร็จในช่วงเริ่มต้น เกิดจากการคิดค้นวิธีการใช้มุมกล้องแบบ Dolly (ลูกล้อเลื่อน) เพื่อจับภาพบริเวณริมเส้นและในบริเวณกรอบเขตโทษ หรืออย่างฟุตบอลโลกครั้งนี้ ก็ให้ความสำคัญกับภาพ Slow Motion ที่คมชัด และการจับอารมณ์ต่างของผู้คนรอบสนาม

หากเข้มงวด และ "ไม่หย่อนยาน" กับองค์ประกอบทั้งหมดนี้ จะสร้างให้เกิด Value of the Game ได้แน่นอน และหากมีการนำมาปรับใช้กับวงการกีฬาบ้านเราให้ทั่วถึง จะสามารถเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจเข้าทำนอง “ฟุตบอลสร้างชาติ” ได้เลยทีเดียว


บันทึกการเข้า

romeo67
เชียร์ไทย อยู่แล้ว
*

ความศรัทธา 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1
ID: 2312



อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 12, 2010, 09:26:50 am »

นั่งดูทีวีไทย (ThaiPBS) เมื่อคืน เห็นบิ๊กหอยพูดถึงบอลทีมชาติ แล้วหดหู่จริงๆ

พูดมาได้
ทีมชาติต้องจัดติวพิเศษ (ประมาณเตรียมตัวเอ็นทรานส์)  เพื่อเป็นทางลัดไปบอลโลก

แล้วพูดถึงบอลสโมสรที่กำลังจะไปได้ดี แนวแปลกๆ ไม่รู้เป็นไปตามนโยบายของผู้บริหารหรือปล่าวนี้
บันทึกการเข้า
เทียนชัย นะจ๊ะ
Moderator
เชียร์ไทย อยู่ในวิญญาน
*****

ความศรัทธา 24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4207
ID: 3968


"รักไทย เลือดไทย ผมคนไทยครับ"

tienchaip@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 12, 2010, 09:54:04 am »

ฟุตบอลไทย .... อีกนาน ...

ผมแอบอิจฉา ... ประเทศแอฟริกา เจ้าภาพ เล็กน้อย ... ที่ได้เล่นบอลโลก นักเตะมีคุณภาพ ขยัน มุ่งมั้น มีสมาธิในเกมส์
บันทึกการเข้า




"ไม่รู้เพราะอะไรถึงได้รักชมรมเชียร์ไทยซะหัวปักหัวปำ"
"จะขอรักชาติไทย...ตราบจนชีวิตเป็นผุยผง"
"ไม่ถึง
THE POWER
...
Administrator
เชียร์ไทย อยู่ในวิญญาน
*******

ความศรัทธา 223
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 24054
ID: 1


เชียร์ไทยลีก อย่าตีกัน


เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 12, 2010, 11:54:02 am »

ที่จริงบทความไม่ได้มีเจตนาให้ท้อถอยนะครับ แต่เขียนตามความจริง ที่พยายามขจัดภาพลวงตาออกไป

ผมเชื่อว่า ถ้าเรามองตัวเองและหาจุดบกพร่องของตัวเอง ก็จะยังทันที่จะทำในสิ่งที่ดีขึ้น

ไม่มีคำว่าสายสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่
บันทึกการเข้า

ประธานวิป
เชียร์ไทย อยู่ในสายเลือด
*****

ความศรัทธา 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 862
ID: 287


สายเลือดจันทบุรีเอฟซี


อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 12, 2010, 02:59:19 pm »

ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า

Benzang
เชียร์ไทย อยู่ในสายเลือด
*****

ความศรัทธา 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 967
ID: 12129


เกิดเป็นคนไทย ต้องเชียร์ทีมชาติไทย


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2010, 08:16:57 am »

ขอบคุณมากครับพี่....จากมุมมองของผม...สโมสรฟุตบอลไทยเราไม่ได้ศึกษาอย่างจริงจัง ให้ทราบถึงวิธีการที่ถูกต้องชัดเจนเกี่ยวกับฟุตบอล ปัจจุบันเพียงแต่สร้างทีมฟุตบอลขึ้นมาตามกระแสนิยม เพื่อผลทางด้านอื่นมากกว่าการพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างยั่งยืน ผมขอนำข็อมูลของพี่ไปเผยแพร่ยังเวปอื่นเพื่อช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลไทยนะครับ
บันทึกการเข้า

so_bkk
เชียร์ไทย เสมอมา
**

ความศรัทธา 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21
ID: 14074


อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2010, 07:27:21 pm »

มาอ่านแล้วก็ขอบคุณครับ...
บันทึกการเข้า
แป๊ะ@กุยบุรี
เชียร์ไทย อยู่ในสายเลือด
*****

ความศรัทธา 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 543
ID: 656


apichart_hin@hotmail.com
« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2010, 12:20:53 pm »

ไทยคงไปได้แค่ บอลโรค อ่ะครับ

โรคนักการเมืองแทรกแซง เพื่อผลประโยชน์
บันทึกการเข้า



โอ้เด็กน้อยกลอยใจของพี่เอย
เพิ่งผ่านฝนล้อลมพ้นทนแดดหนาว
ชั่วเสี้ยวใจพัดใบแกว่ง
ใบน้อยเจ้าอ่อนแรงสิ้นแสงเหลือค่ำคืน
โจ้14_ชฎาเกรท
เชียร์ไทย อยู่ในสายเลือด
*****

ความศรัทธา 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 306
ID: 11789


« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2010, 02:39:44 pm »

ขอเสนอความคิดผมหน่อยนะครับพี่พินิจ

ผมว่า โอกาสของทีมที่จะเกิดเจริญรุ่งเรื่องแบบก้าวกระโดด เกินร้อยละ50 น่าจะอยู่ที่เจ้าของทีม?
ส่วนจะให้เจริญรุ่งเรื่องแบบยั่งยืน น่าจะอยู่ที่พลเมืองชาวไทยทุกท่าน

วงการบอลชาติเรา เริ่มคึกคัก กันไม่น่าจะเกิน3ปีที่ผ่านมาเอง และณ.เวลานี้ วงการฟุตบอล หรือสโมสรฟุตบอล
น่าจะเป็นอีกวงการหนึ่ง ที่ผู้มีวาสนา หรือมีโอกาสดีบางท่าน จะใช้ทำสิ่งต่างๆ หรือสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้เกิดเป็นผลประโยชน์ กับตนเอง โดยอาศัยปัจจัยหรือกำลังภายในต่างๆ ที่เขามีอยู่ ผลัก+ดันให้สู่ สิ่งที่มุ่งหวัง 

จะว่าทำถูก ก็ใช่?  ถ้าสิ่งที่ทำ เกิดขึ้นจากใจจริง  ... ตรงกันข้าม ถ้าสิ่งที่ทำ เกิดขึ้นเพราะนึกสนุก
เป็นพักๆ รอเวลาเบื่อก็ เลิกรากันไป   ถ้าเป็นอย่างสิ่งหลัง ผมสงสารวงการฟุตบอลไทยจัง!

บทความของพี่พินิจ ถูกต้องและถือเป็นแนวทางที่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ควรร่วมพิจารณา ร่วมกัน เพื่อ จุดมุ่งหมายที่เป็นเป้าประสงค์เดียวกัน
อย่างที่สุด

แต่ สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นปัญหา และอาจส่งผลถึง แนวทางของวงการฟุตบอลบ้านเราในตอนนี้   คือ  ก็คือ การร่วมไม้ ร่วมมือกันเพื่อแนวทางที่ยั่งยืน อย่างจริงจัง จริงใจ  เพราะ ในเมื่อ การเตะ ตัดขา การเป็นจระเข้ ขวางคลอง ในสิ่งที่ไม่เป็นผลประโยชน์ที่ดี กับตนเอง

ยังคงมีให้เห็นอยู่ในสังคมบ้านเรา. ปัญหานี้ เป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก และก็ยังไม่รู้ว่า อนาคต จะได้เห็นรึเปล่า

ในความคิดผม  มุมมองด้านเศรษฐศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ หรือ ควรจะทุกๆศาสตร์ ที่เกี่ยวข้อง  ควรร่วมคิดเป็นองค์รวมเพื่อการพัฒนาวงการฟุตบอล และสังคมของบ้านเรา อย่างเป็นระบบซักที

เพราะถ้า ยังคงขาดการเชื่อมโยงและปรับให้สอดคล้อง เพื่อก้าวไปพร้อมๆกัน อย่างที่เป็นอยู่  กระแสความนิยมที่เห็นๆในปัจจุบัน จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน

สุดท้าย ผมขอคัดลอกประโยคของพี่พินิจ ที่ว่า   หากเข้มงวด และ "ไม่หย่อนยาน" กับองค์ประกอบทั้งหมดนี้ จะสร้างให้เกิด Value of the Game ได้แน่นอน และหากมีการนำมาปรับใช้กับวงการกีฬาบ้านเราให้ทั่วถึง จะสามารถเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจเข้าทำนอง “ฟุตบอลสร้างชาติ” ได้เลยทีเดียว  <<< ใช่เลยครับพี่ อยากให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย ได้เห็น และสำนึกได้จริงๆ


ขอบคุณมากๆครับ

 




บันทึกการเข้า

ขอขอบคุณภาพถ่ายจาก พี่พินิจ , เทียนชัย นะจ๊ะ, โจ โจ้ [อี เย็น] และ BB-BAD BERT อย่างมากมายครับ



" ยิ่ ง ใ ห ญ่ ค้ำ ฟ้ า         ช ฎ า เ ก ร ท "
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!