:: เชียร์ไทย พาวเวอร์ ::
กันยายน 05, 2010, 07:30:19 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: -->
www.cheerthai.com | เชิญชม เสื้อเชียร์ไทยแบบใหม่ล่าสุด | กลุ่ม Cheerthai Power ใน Facebook | ประกาศ เรื่องการลงทะเบียนสมาชิกใหม่ |
ลายเซ็นสวยๆ หลากสไตล์

 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อาดี ดาสเลอร์ ชายผู้ให้กำเนิด อาดิดาส  (อ่าน 54 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
malatankian (นัท รัชโยธิน)
เชียร์ไทย อยู่ในวิญญาน
******

ความศรัทธา 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4024
ID: 755


แมตช์นี้ต้อง 3 แต้มเท่านั้น!!!


เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2010, 11:19:16 pm »

เมื่อพุดถึงอุปกรณ์กีฬาที่ ยิ่งใหญ่และถือเป็นแบรนด์ระดับโลก หลายคนย่อมนึกถึง "อาดิดาส" กับแถบ 3 ขีดอันเป็นเอกลักษณ์ของยักษ์ใหญ่แห่งวงการผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาของโลกสัญชาติ เยอรมัน และขาใหญ่แห่งอุตสาหกรรมผลิตสินค้ากีฬา ซึ่งได้รับความนิยมและมีโรงงานผลิตอุปกรณ์กีฬาตั้งอยู่ทั่วโลกนั้น มีจุดกำเนิดมาจากชายผู้ทำรองเท้าคู่แรกในชีวิตในครัวที่บ้านของตัวเอง ชายคนนั้นมีนามว่า อดอล์ฟ "อาดี" ดาสเลอร์

     
    อาดี ดาสเลอร์ เริ่มต้นทำรองเท้าด้วยฝีมือตัวเองทั้งหมดเป็นคู่แรกในชีวิตเมื่อปี 1920 ขณะอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น ด้วยเป้าหมายที่เจ้าตัวตั้งเอาไว้ว่าจะทำให้นักกีฬาทุกคนได้สวมใส่รองเท้า ที่ดีที่สุดลงสนามแข่งขัน ซึ่งมันเป็นแนวคิดที่ติดตัวเขามาตลอดจนกระทั่งเจ้าตัวเสียชีวิตในปี 1978 เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬากว่า 700 รายการ รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดยักษ์ใหญ่ของ อาดิดาส ที่มีอยู่ทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนที่ต้องการความสมบูรณ์แบบของ ดาสเลอร์ ได้เป็นอย่างดี
     
    รองเท้าคู่แรกของ ดาสเลอร์ ทำจากวัสดุที่มีอยู่อย่างขัดสนในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจากนั้นเขาริเริ่มที่จะทำธุรกิจผลิตรองเท้าเป็นจริงเป็นจัง โดยได้รับการสนับสนุนจาก คริสโตฟ บิดาบังเกิดเกล้าซึ่งทำงานในโรงงานทำรองเท้า รวมถึง เซห์ลีน น้องชายของเขาที่เป็นคนคิดค้นแถบ 3 ขีดอันเป็นสัญลักษณ์ของ อาดิดาส ก่อนที่ รูดอล์ฟ พี่ชาย จะเข้ามาร่วมหุ้นในเวลาต่อมา โดยวัสดุส่วนใหญ่ที่เขานำมาใช้ทำรองเท้าเป็นผ้าใบ และด้วยความที่ตัวเขาเองก็เป็นนักกีฬาอยู่แล้ว ส่งผลให้ ดาสเลอร์ มักจจะเข้าใจถึงความต้องการของนักกีฬาได้เป็นอย่างดี และหลังจากนั้นเขาก็มักจะไปปรากฏตัวอยู่ในการแข่งขันกีฬารายการสำคัญๆ อยู่เป็นประจำ
     
    รองเท้าส่วนใหญ่ของ อาดี ดาสเลอร์ เน้นไปที่รองเท้าสำหรับนักกรีฑาทั้งประเภทลู่และลานเป็นหลัก โดยครั้งแรกที่รองเท้ารุ่นพิเศษจากโรงงานของเขาถูกสวมใส่โดยนักกีฬาในทัวร์ นาเมนต์สำคัญคือในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 1928 ที่อัมสเตอร์ดัม ประเทศฮอลแลนด์ โดยช่วงดังกล่าวเป็นยุคแรกๆที่ ดาสเลอร์ ทดลองผลิตรองเท้าที่มีปุ่มเพื่อช่วยในการยึดเกาะพื้นสนาม พอถึงยุคทศวรรษที่ 1930 ดาสเลอร์ ผลิตรองเท้ากีฬาออกมากว่า 30 แบบสำหรับ 11 ชนิดกีฬา ช่วงนั้นเขามีคนงานอยู่เกือบๆ 100 คน  อาดิดาส ก็กลายเป็นอุตสาหกรรมผลิตรองเท้ากีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากเริ่มก่อตั้งมาได้ไม่ถึง 2 ทศวรรษเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก เจสซี โอเว่น นักกรีฑาชาวอเมริกัน คว้า 4 เหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์ 1936 ที่กรุงเบอร์ลิน โดยสวมใส่รองเท้าของเขา ขณะที่ อาร์มิน ฮารี่ นักกรีฑาคนแรกของโลกที่วิ่ง 100 เมตรด้วยเวลาต่ำกว่า 10 วินาที ก็สวมใส่รองเท้าของอาดิดาสเช่นกัน
     
    อย่างไรก็ตาม ดาสเลอร์ ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่หลังถูกพิษสงครามโลกครั้งที่ 2 เล่นงานจนหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ในปี 1947 พร้อมด้วยคนงาน 47 คน เขาเริ่มทดลองนำเอาความรู้ที่เขามีในช่วงก่อนสงครามโลกมาผลิตรองเท้าด้วยไอ เดียใหม่ ๆ รองเท้าคู่แรกที่ ดาสเลอร์ ทำขึ้นหลังสิ้นสุดสงครามโลกนั้น ทำจากผ้าใบและยางที่เป็นส่วนหนึ่งของถังน้ำมันเชื้อเพลิงของพวกอเมริกัน     

    ในปี 1948 หลังจาก รูดอล์ฟ มีปัญหาขัดแย้งกับน้องชายของตัวเอง และแยกตัวออกไปตั้งบริษัทของตัวเองนามว่า "พูม่า" อาดี ก็ตัดสินใจตั้งชื่อบริษัทของเขาว่า "อาดิดาส" ซึ่งเกิดจากการนำเอาชื่อเล่นมารวมกับนามสกุลของเขานั่นเอง 1 ปีหลังจากนั้น เขาก็ทำการจดลิขสิทธิตราสัญลักษณ์ 3 ขีด ซึ่งอยู่ยั้งยืนยงมาจนถึงปัจจุบัน จากนั้น เขาเริ่มผลิตรองเท้าฟุตบอลเป็นครั้งแรกในปี 1949 โดยรองเท้าของเขามีปุ่มที่ทำจากยาง
     
    ในฟุตบอลโลก 1954 ที่ฟาดแข้งกันที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ชื่อเสียงของ อาดี ดาสเลอร์ ก็เริ่มกลายเป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เมื่อนักเตะทีมชาติเยอรมันตะวันตก ซึ่งนำทัพโดย ฟริตซ์ วอลเตอร์ และ เฮลมุท ราห์น พลิกล็อกเอาชนะ ฮังการี มหาอำนาจลูกหนังในยุคนั้นได้สำเร็จในรอบชิงชนะเลิศ โดยที่ขุนพล "อินทรี เหล็ก" ใส่รองเท้าที่มีปุ่มแบบพิเศษที่ผลิตโดย อาดิดาส ซึ่งจะช่วยในการยึดเกาะได้ดีในสภาพพื้นสนามที่เปียกชื้นหลังฝนตกลงมาอย่าง หนักในช่วงก่อนเกมการแข่งขัน
     
    ในขณะที่บริษัทของเขาเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนั้น อาดี ดาสเลอร์ ก็พยายามที่จะสร้างความพิเศษให้กับสินค้าของเขา ดาสเลอร์เป็นเจ้าของกิจการคนแรกที่ใช้กีฬาในการโปรโมตนวัตกรรมใหม่ๆของเขา ต่อสาธารณชน เขาเริ่มใช้นักกีฬาที่มีชื่อเสียงมาช่วยในการโฆษณาสินค้าของตัวเอง เจ สซี่ โอเว่น, มูฮัมหมัด อาลี, แม็กซ์ ชเมลิ่ง, เซ็ปป์ แฮร์เบอร์เกอร์ ไปจนถึง ฟร้านซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ ล้วนมีความสัมพันธ์อันยอดเยี่ยมกับตระกูล ดาสเลอร์ ด้วยกันทั้งสิ้น

    การโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างหนักหน่วง กลายเป็นหนึ่งในนโยบายหลักในการดำเนินกิจการของ อาดิดาส นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดาสเลอร์ มักจะมีอุปกรณ์กีฬารุ่นใหม่ๆออกมาเพื่อใช้สำหรับการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของรองเท้าที่พวกเขามักจะก้าวล้ำนำหน้าคู่แข่ง อยู่เสมอ อาดิดาส ผลิตรองเท้าสำหรับกีฬาเกือบทุกประเภท และจากนั้นเป็นตันมา อาดี และ ฮอร์สต์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขา ก็ช่วยกันสร้าง อาดิดาส ให้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลกที่กีฬารายการใหญ่ๆต้องใช้อุปกรณ์กีฬาของพวกเขา และมันก็ยังคงเป็นแบบนั้นมาจนถึงทุกวันนี้
     
    นอกจากรองเท้ากีฬาที่เป็นสินค้าหลักแล้ว อาดิดาส ยังเริ่มผลิตเสื้อผ้าและชุดแข่งขันในช่วงกลางยุคทศวรรษที่ 1960 ส่วนลูกบอลนั้น พวกเขาเริ่มผลืตในปี 1963 หลังจากนั้น ลูกฟุตบอล อาดิดาส ก็ถูกเลือกให้เป็นลูกฟุตบอลอย่างเป็นทางการที่ใช้ในการแข่งขันศึกลูกหนัง รายการใหญ่ๆมาตลอดนับตั้งแต่ศึกฟุตบอลโลก 1970 เป็นต้นมา
     
    อาดี ดาสเลอร์ เสียชีวิตในปี 1978 ด้วยวัย 78 ปี อย่างไรก็ตาม มรดกไอเดียความคิด และการพัฒนาอุปกรณ์กีฬาต่างๆนาๆที่เขาทิ้งเอาไว้ ยังคงเป็นตัวช่วยให้บรรดานักกีฬาสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมขึ้นไปเรื่อยๆ มาจนถึงทุกวันนี้

     
    ที่มา : www.siamsport.co.th  คอลัมนิสต์ นาร์ซีส์ซัส

และท่าน dkoN ยิ้ม http://www.siamboots.com/forum/index.php?topic=40280
บันทึกการเข้า

สมาคมอ้วนๆ ทำอะไรกันอยู่???!!!
____________________________________________________


lukplanoi
กรรมการ/ทีมงาน
เชียร์ไทย อยู่ในวิญญาน
******

ความศรัทธา 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3380
ID: 188


THAILAND THAILAND

lukplanoi_ad@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2010, 01:18:24 pm »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า


เชียร์บอลไทย ต้องไม่แคร์สื่อ
โจโฉ
เชียร์ไทย อยู่ในวิญญาน
******

ความศรัทธา 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1426
ID: 36



อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2010, 07:50:46 pm »

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

อยากกินเตี๋ยวเรือ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!